ถ้วยรางวัลฟีฟ่า กับฟุตบอลโลก

ถ้วยรางวัลฟีฟ่า กับฟุตบอลโลก

ฟีฟ่า นอกจากจะจัดการแข่งขัน เกี่ยวกับฟุตบอลโลกแล้ว ฟีฟ่ายังมีหน้าที่ในการจัดการแข่งขันอื่นๆ ทั้งโอลิมปิก และกีฬาอื่นๆ วันนี้แอดมินจะมาบอกกับแฟนบอลว่า ฟีฟ่า นอกจากจะมีการจัดการเกี่ยวกับฟุตบอลโลกแล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงถ้วยรางวัลฟีฟ่าที่ ไม่ว่าทีมบอลใดๆในโลกล้วนอยากได้มันมาครอง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยครับกับ เรื่องราวของ ฟีฟ่า V.2

ถ้วยรางวัลฟีฟ่ากับฟุตบอลโลก

การแข่งขันอื่นของฟีฟ่า
ในการแข่งขันของฟุตบอล สำหรับผู้หญิง คือ ฟุตบอลโลกหญิง จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ปี ค.ศ. 1991 ที่ประเทศจีน ฟุตบอลโลกหญิง จะมีการแข่งขัน ที่เล็กกว่าฟุตบอลของผู้ชาย แต่กำลังเติบโตอยู่เรื่อยๆ มีทีม เข้าร่วมแข่งขันใน ปี ค.ศ. 2007 อยู่ 120 ทีม มากกว่า 2 เท่าของใน ปี ค.ศ. 1991

กีฬาฟุตบอล นั้นได้มีอยู่ในการแข่งขัน โอลิมปิกฤดูร้อนทุกๆครั้ง ยกเว้นใน ปี ค.ศ. 1896 และ 1932 แตกต่างจากกีฬาประเภทอื่น ซึ่งในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ในโอลิมปิก ทีมที่ร่วมแข่ง จะไม่ใช่ทีมระดับสูงสุด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1992 ที่แต่เดิม ให้ผู้แข่งขันอายุ 23 ปี เข้าแข่งขัน แต่ก็อนุญาตให้มีผู้เล่นที่อายุมากกว่า 23 ปี จำนวน 3 คน ของแต่ละทีม ลงแข่งขันได้ ส่วนฟุตบอลหญิง ในโอลิมปิก แข่งขันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1996 เป็นการแข่งขันทีมชาติ เต็มทีม ไม่มีจำกัดอายุ

คอนเฟเดอเรชันส์คัพ เป็นการแข่งขัน ที่จัดขึ้นก่อน 1 ปี ที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก ในประเทศเจ้าภาพ ที่จะแข่งขัน เหมือนเป็นการอุ่นเครื่องฟุตบอลโลก ที่จะมาถึงเป็นการแข่งขัน ระหว่างผู้ชนะเลิศ จากแต่ละภูมิภาคทั่วโลก (เอเชียนคัพ แอฟริกันคัพ โกลด์คัพ โกปาอาเมริกา เนชันส์คัพ และ ฟุตบอลยูโร) พร้อมทั้งทีมที่ชนะฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุดและทีมเจ้าภาพ

ฟีฟ่าจะจัดการแข่งขัน ฟุตบอลเยาวชนระดับนานาชาติ (ฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี, ฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี, ฟุตบอลโลกหญิงอายุไม่เกิน 20 ปี, ฟุตบอลโลกหญิงอายุไม่เกิน 17 ปี, การแข่งขันฟุตบอลระหว่างสโมสร (ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ), และการแข่งขันฟุตบอลอื่นเช่น ฟุตซอล (ฟุตซอลชิงแชมป์โลก) และฟุตบอลชายหาด (ฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์โลก)

ถ้วยรางวัล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ถึง 1970 ถ้วยรางวัลชูลส์รีเมต์ เป็นถ้วยที่มอบให้แก่ผู้ชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอลโลก เดิมทีเรียกง่ายๆ ว่า เวิลด์คัพ (อังกฤษ: World Cup) หรือ คูปดูมอนด์ (ฝรั่งเศส: Coupe du Monde) แต่ใน ปี ค.ศ. 1946 ได้เปลี่ยนชื่อตามประธานฟีฟ่า ที่ชื่อ ชูลส์ รีเมต์ ที่ได้ริเริ่มการแข่งขันครั้งแรก และเมื่อใน ปี ค.ศ. 1970 เมื่อทีมบราซิล ชนะการแข่งขันเป็นครั้งที่ 3 ได้ครอบครอง เป็นกรรมสิทธิ์ จากการที่ได้แชมป์ 3 สมัย แต่ใน ปี ค.ศ. 1983 ถ้วยถูกขโมยไป และไม่มีใครได้เห็นอีกเลย

หลังจาก ปี ค.ศ. 1970 ก็มีถ้วยรางวัลใหม่ ที่รู้จักในชื่อ ถ้วยรางวัลฟีฟ่าเวิลด์คัพ โดยผู้เชี่ยวชาญ ของฟีฟ่าที่มาจาก 7 ประเทศ ประเมิน จากแบบ 53 แบบ จนสรุปที่ผลงาน การออกแบบ ของนักออกแบบชาวอิตาลีที่ชื่อ ซิลวีโอ กัซซานีกา (Silvio Gazzaniga) ถ้วยรางวัลใหม่นี้ มีความสูง 36 ซม. (14.2 นิ้ว) ทำจากทองคำ 18 กะรัต (75%) น้ำหนัก 6.175 กก. (13.6 ปอนด์) ฐานของถ้วยมีเส้น 2 ชั้น ทำจากมรกต ในส่วนใต้ฐานของถ้วยรางวัล สลักปี และชื่อของทีมผู้ชนะเลิศ ฟุตบอลโลกตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1974 ผู้ออกแบบอธิบายถ้วยรางวัลนี้ว่า “เส้นที่โดดเด่นจากฐาน ที่หมุนรอบนั้นได้ขยายเพื่อรองรับโลก จากแรงดึงที่เคลื่อนที่ ที่โดดเด่นของในส่วนตัวของถ้วยของประติมากรรมนี้ ได้ช่วยให้รูปร่างนักกีฬาดูเคลื่อนไหวไปกับห้วงเวลาแห่งชัยชนะ” ชาติผู้ชนะไม่ได้กรรมสิทธิ์ การครอบครองถ้วยถาวร แต่ผู้ชนะฟุตบอลโลกจะเก็บถ้วยไว้จนกว่าจะถึงการแข่งขันครั้งต่อไป และจะได้

ถ้วยจำลองจากทองผสมไปแทน
ในปัจจุบัน สมาชิกทุกคน (ทั้งผู้เล่นและโค้ช) ของทีมใน 3 อันดับแรก จะได้รับเหรียญตรารูปถ้วยฟุตบอลโลก ผู้ชนะได้เหรียญทอง รองชนะเลิศ ได้เหรียญเงิน และที่ 3 ได้เหรียญทองแดง นอกจากนั้นใน ปี ค.ศ. 2002 มีการมอบเหรียญที่ 4 ให้ประเทศเจ้าภาพ คือเกาหลีใต้

ก่อนหน้าการแข่งขัน ปี ค.ศ. 1978 จะมอบเหรียญให้กับ ผู้เล่นเพียง 11 คน ในนัดสุดท้าย ของการแข่งขัน รวมถึงนัดการแข่งขันชิง ที่ 3 ใน เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ฟีฟ่าประกาศว่าสมาชิกทุกคน ของทีมผู้ชนะ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ระหว่าง ปี ค.ศ. 1930 และ 1974 จะได้รับรางวัลย้อนหลังเป็นเหรียญตรา

เป็นยังไงบ้างกับการเรื่องราว ในวันนี้ หลายๆ คนจะได้รู้จักฟีฟ่ามากขึ้นใช่ไหมหล่ะ เอาหล่ะสำหรับ วันนี้แอดมินขอทิ้งท้ายไว้แค่ว่า อย่าลืมเชียร์ฟุตบอลไทยกันด้วยนะ แอดมินหวังว่าซักวันหนึ่ง เราจะได้เชียร์ฟุตบอลโลก ไปด้วยกัน ในฐานะของเชียร์ของทีมชาติไทย สำหรับวันนี้ สวัสดี

Related posts